กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว โรม่า พบ โฟรซิโนเน่

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว โรม่า พบ โฟรซิโนเน่

   กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ดูบอลออนไลน์ โรม่า จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก โฟรซิโนเน่ ที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในคืนวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 02.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

โรม่า

   เกมนี้เจ้าถิ่นถือว่าค่อนข้างพร้อมพอสมควร เพราะ โรม่า แทบจะไม่มีปํญหารเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเลย ยกเว้น ดีเอโก้ เปร็อตติ ที่มีอาการบาดเจ็บติดพันมาจากเกมที่แล้ว ส่วนด้าน อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ที่ได้พักในเกมที่แล้วน่าจะได้กลับมาสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมนี้

   ขณะที่ เอดิน เชโก้ อาจจะได้พักเพื่อเกมที่จะพบกับ ลาซิโอ ในสุดสัปดาห์นี้ จึงเป็นโอกาสของ พาทริค ชิค ที่จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ ร่วมกับแนวรุกทั้ง เจงกิซ อุนไดร์, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ และ สเตฟาน เอล ชาราวี

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : โรบิน โอลเซ่น, ดาวิเด้ ซานตอน, คอสตาส มาโนลาส, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, สตีเว่น เอ็นซงซี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, เจงกิซ อุนไดร์, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่, สเตฟาน เอล ชาราวี, พาทริค ชิค

โฟรซิโนเน่

   ส่วนทางด้านทีมเยือนเกมนี้ยังขาดทั้ง ลูก้า ปากานินี่, มีร์โก กอรี่ และ เฟเดริโก้ ดิโอนิซี่ ที่ยังคงเจ็บอยู่ รวมทั้ง รัฟฟาเอเล่ มาเยลโล่ ที่เพิ่งจะเจ็บจากเกมล่าสุด แต่จะได้ ฆัวกิน อาร์ดาอิซ กับ ดานิโล่ ซ็อดดิโม่ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง แดนกลางส่ง ฟรานเชสโก้ คาสซาต้า คู่กองหน้าเป็น โจเอล แคมป์เบลล์ กับ สติเป้ เปริซ่า ลงล่าตาข่าย

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์โก สปอร์ติเอลโล่, เอโดอาร์โด้ โกลดานิก้า, บาร์ตอสซ์ ซาลาม่อน, มาร์โก คาปูอาโน่, ฟรานเชสโก้ ซามปาโน่, รามาน ชิบซาห์, ฟรานเชสโก้ คาสซาต้า, เอมิล ฮัลล์เฟร็ดส์สัน, คริสเตียน โมลินาโร่, โจเอล แคมป์เบลล์, สติเป้ เปริซ่า

กัลโช่ เซเรีย อา วิเคราะห์บอล โรม่า พบ โฟรซิโนเน่

สถิติการพบกันในลีกของทั้งสองทีม

   31/01/16           โรม่า                       3-1          โฟรซิโนเน่

   12/09/15           โฟรซิโนเน่               0-2          โรม่า

   ฤดูกาลนี้ โรม่า ออกสตาร์ทได้ไม่ค่อยดีนักหลังจากที่ไม่ชนะใครเลยมาตลอด 5 เกมหลังสุด รวมทุกถ้วย เกมนี้ได้กลับมาเล่นในบ้านตัวเองพบกับ โฟรซิโนเน่ ที่รูปเกมค่อนข้างย่ำแย่ ซึ่งหากดูจากสถิติแล้วแม้ โรม่า จะเป็นต่อ แต่เกมนี้เจ้าถิ่นก็คงไม่ถึงขึ้นยำใหญ่ใส่ทีมเยือน วิเคราะห์ว่า โรม่า อาจเฉือนชนะเฉียดฉิวแค่ประตูเดียว

 

3 นัด 9 แต้ม ลิเวอร์พูล ฟอร์มแจ่มเฉือนไบรท์ตัน 1-0 นำเดี่ยวจ่าฝูง

หงส์แดง 1-0 ไบรท์ตัน

   ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 3 ลิเวอร์พูลเปิดสนาม แอนฟิลด์ รับการมาเยือนจากไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ศึกนี้เล่นเอาแฟนหงส์แดงหายใจไม่ทั่วท้องซักเท่าไหร่เพราะทีมรักฟอร์มไม่ดุเหมือนนัดก่อนๆ แต่สุดท้ายก็ยังสามารถเฉือนเอาชนะไบรท์ตันไปได้ฉิวเฉียด 1-0 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้ลิเวอร์พูลลงสนามแข่ง 3 นัด เก็บมาได้ 9 คะแนนเต็มและยังไม่เสียประตูให้ใครนำเดี่ยวจ่าฝูง

หงส์แดงฟอร์มแชมป์จริงๆ ปีนี้

   ลิเวอร์พูลที่ก่อนหน้าชนะมา 2 เกมติดต้องการ 3 แต้มเพื่อขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ต้องมาลงสนามพบกับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่เพิ่งชนะแมนยูมาในเกมที่แล้ว

   เริ่มครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ได้โอกาสลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 5 ซาลาห์ไหลบอลให้มาเน่ที่วิ่งเติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษได้แปด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   นาทีที่ 9 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่าจังหวะนี้เกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อโรเบิร์ตสันครอสบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาแรกให้ฟิร์เมียโน่สอดมาโขกบอลลงพื้นแต่ไรอันที่ปัดทิ้งออกไปแบบเหลือเชื่อ

   จากนั้นนาทีที่ 15 หงส์มาได้ฟรีคิกที่ระยะหวังผล 18 หลาเยื้องไปทางช้าย อาร์โนลด์ปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงไปชนคานก่อนกระดอนข้ามคานออกไป หลังจากทำให้ลุ้นอยู่นานในที่สุดหงส์แดงก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 23 จากความประมาทของผู้เล่นไบรท์ตันที่ดันไปเล่นในแดนของตัวเองแล้วโดนมิลเนอร์อาศัยจังหวะเข้ามาบีบแย่งบอลได้แล้วส่งต่อให้มาเน่ต่อไปที่ฟิร์เมียโน่ถึงซาลาห์เอี้ยวตัวแปบอลเสียบโคนเสาเข้าไปแบบที่ไรอันหมดสิทธิ์เซฟ

   เกิดมานาทีที่ 31 เดอะค็อปเกือบจะได้เฮกันอีกรอบจากจังหวะที่ไวจ์นาลดุมเกี่ยวบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วพลิกยิงยัดเสาแรกแต่โดนนายทวารทีมเยือนปัดบอลออกไป

   นาทีที่ 34 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้บุกอย่างต่อเนื่องคราวนี้เป็นซาลาห์จ่ายบอลไปให้โรเบิร์ตสันแล้วให้ต่อไปที่มาเน่พยายามจะโขกบอลแต่ไรอันพุ่งรับไว้ทัน จบครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ทำได้ดีกว่าขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น แฟนๆเจ้าถิ่นก็เกือบช็อคเมื่อเมอร์รี่ย์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วเปิดยัดเข้ามาด้านในแต่โดนเตะทิ้งมาเข้าทาง น็อตคาร์ท ด้วยความรีบยิงเกินไปจึงทำให้บอลหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย

   หลังจากที่หวิดเกือบจะเสียประตูหงส์จึงพยายามเน้นการครองบอลแล้วค่อยหาจังหวะเข้าทำ นาทีที่ 61 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นจากพรีคิกระยะไกล โกเมซ ได้โหม่งบอลแต่ก็เบาเกินไป ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลพยายามต่อบอลส่วนไบรท์ตันก็พยายามไล่เอาบอล รวมทั้งคุมโซนเอาไว้ได้ดี

   ทำให้เจ้าถิ่นไม่กล้าผลีผลาม เกมช่วงนี้ค่อนข้างชอนอึดอัดพอสมควร สุดท้ายจบเกมลิเวอร์พูลก็สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้โดยการเอาชนะไบรท์ตันไป 1-0 เก็บ 3 คะแนนเต็ม นำเดี่ยวจ่าฝูงและยังไม่เสียประตูให้ใคร

เปแอสเช อัด อองเชร์ส 3-1 ทำสถิติชนะ 3 นัดรวด

เปแอสเช 3-1เปแอสเช ฟอร์มร้อนแรงชนะ 3 เกมรวด

   ศึกฟุตบอลลีกเอิง นัดที่ 3 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่า เปิดสนามปาร์ค เดอส์ แปร็งส์ รับการมาเยือนจากอ็องเชร์ส งานนี้สามหัวหอกของทีมเจ้าบ้านเรียงหน้ากันยิงครบทีมทั้งคาวานี  เอ็มบาปเป้ และ เนย์มาร์ ช่วยให้ PSG เอาชนะไปได้ 3-1 พร้อมทำสถิติชนะ 3 นัดรวด นำจ่าฝูง มี 9 แต้มเต็ม

   เริ่มเกมมาได้ไม่เท่าไหร่เจ้าถิ่นก็ถือคติมาเร็วเคลมเร็วทันทีจากการได้ประตูขึ้นนำเร็ว 1-0 ในนาทีที่ 12 เมื่อ อองเช่ร์ โดนตัดบอลจากจังหวะโต้กลับ บอลทะลุมาถึง เนย์มาร์ เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาไปเสาสองให้ คาวานี่ จิ้มบอลเข้าประตูไป จากนั้นถัดมาอีกเพียงแต่ 2 นาทีเท่านั้น เจ้าถิ่นที่กำลังได้ใจก็เกือบจะได้ประตูที่สองเพิ่มจากลูกโหม่งของ คาวานี่ ที่โขกพลาดไปโดนโคนเสาบอลกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย บอลเริ่มเปิดแลกกันสนุก

   แต่แล้วในนาทีที่ 21 อองเชร์ส กลับมาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่เคห์เรอร์ ไปเสียบใส่ อเดไลด์ ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น ม็องกานี่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนไล่ตามตีเสมอ 1-1

   หลังจากตีเสมอได้สำเร็จก็ดูเหมือนว่ากำลังใจของอองเชร์สจะมาเต็มเปี่ยมตั้งหน้าตั้งตาบุกกันอย่างเต็มที่และก็เกือบจะได้ประตูแซงนำในนาทีที่ 27 ม็องกานี่ พาบอลแหวกเข้ากลางก่อนจะส่งต่อให้กับ อเดไลด์ ยิงไปติด อเรโอล่า บอลกำลังจะกลิ้งเข้าตาข่ายแต่ อเรโอล่า ยังวิ่งตามไปเก็บบอลได้ทันก่อนจะกลิ้งเข้าประตู

   ถัดมาอีกแค่นาทีเดียวหลังจากอองเชร์สพลาดได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียนั้น เปแอสเช ก็ได้อาศัยจังหวะโต้กลับเร็วเกือบเป็นประตูเหมือนกันเมื่อ เอ็มบาปเป้รับบอลที่เปิดมาจากปากประตูตัวเองแล้วหลุดเดี่ยว โชคยังดีที่นายทวารของทีมเยือนออกมาบล็อคไว้ได้ทัน จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

   เริ่มเกมครึ่งหลังมาไม่เท่าไหร่ในนาทีที่ 51 เปแอสเชก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเมื่อมาร์ควินญอส ไหลบอลไปซ้ายให้ คิมเบมเป้ ปล่อยต่อให้ ดิ มาเรีย หยอดไปเสาสองให้ เอ็มบาปเป้ จัดการฮาล์ฟวอลเลย์

เข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 2-1 หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง เปแอสเช ก็จัดการบุกกระหน่ำแทบไม่ให้ทีมเยือนได้หายใจหายคอ

   นาทีที่ 62  มูนิเยร์ บุกขึ้นมาทางขวาก่อนไหลบอลไปให้ เอ็มบาปเป้ กระชากเข้าเขตโทษยิงเข้าข้างตาข่าย ถัดมาอีก 2 นาที เนย์มาร์ จ่ายทะลุช่องไปให้ เอ็มบาปเป้ หลุดเดี่ยวแต่นายทวารอองเชร์ยังเหนียวพุ่งออกมาคว้าบอลจากเท้าเอาไว้ได้

   แต่แล้วนาทีที่ 66 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็ได้ประตูย้ำชัยจนได้ จากจังหวะที่ เอ็มบาปเป้ หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะตาบย้อนหลังมาให้ ราบิโอต์ เบิ้ลคืน เอ็มบาปเป้ ใส่มานให้กับ เนย์มาร์ แปเสียบเสาสองเป็นประตู 3-1 ช่วงท้ายเกมเปแอสเชเล่นประคองเกมไว้ได้จนหมดเวลา จบเกม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดบ้านเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จโดยการเอาชนะอองเชร์สไป 3-1