ลาก่อน มาร์กเซย พลาดท่าพ่าย ลาซิโอ 1-2 ร่วงยูโรป้า

ลาก่อน มาร์กเซย พลาดท่าพ่าย ลาซิโอ 1-2 ร่วงยูโรป้า

   ลาก่อน โอลิมปิก มาร์กเซย ร่วงตกรอบ ยูโรป้า ลีก เรียบร้อยแล้วหลังจากที่พลาดท่าพ่ายให้กับ ลาซิโอ ไป 1-2 ผ่าน 4 นัดมีเพียงแต้มเดียว ส่วน ลาซิโอ จับมือ แฟรงค์เฟิร์ต ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีกถึง 2 นัดก็ตาม

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช ลาซิโอ เปิดบ้านพบกับ โอลิมปิก มาร์กเซย ที่สนาม สตาดิโอโอลิมปิโก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561

   เกมนี้ โอลิมปิก มาร์กเซย ต้องการ 3 แต้มจาก ลาซิโอ เพื่อลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์ ซึ่งคู่นี้เพิ่งเจอกันมาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และก็เป็น ลาซิโอ ที่เป็นฝ่ายบุกไปเอาชนะ มาร์กเซย ถึงถิ่น 3-1

ลาก่อน มาร์กเซย พลาดท่าพ่าย ลาซิโอ ตกรอบเรียบร้อย

   เริ่มเกมช่วงแรก มาร์กเซย เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ ลาซิโอ ทันที ส่วน ลาซิโอ ก็เน้นเล่นคุมโซนทำให้ทีมเยือนทำอะไรได้ไม่เต็มที่มากนัก

   จนกระทั่งผ่านไป 6 นาที มาร์กเซย ก็มีลุ้นเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ รามี่ ได้โอกาสโหม่งบอลให้ โธแว็ง ก่อนจะเป็น ซากาอิ ที่ได้ชาร์จจ่อๆ บอลไปติดเซฟ สตราโคช่า เกือบไปแล้วสำหรับลาซิโอ

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง มาร์กเซย ยังคงทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง พวกเขาพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ ลาซิโอ เรื่อยๆอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่ก็ยังทำอะไรเจ้าถิ่นไม่ได้เพราะเกมรุกยังไม่เฉียบขาดพอ

   ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกอยู่ๆลาซิโอก็ได้ประตูออกนำแบบง่ายๆจากจังหวะที่ อิมโมบิเล่ โยนบอลจากทางฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบแถวๆจุดโทษแล้วเป็น ปาโรโล่ ตามมาโหม่งบอลได้ บอลพรุ่งไม่ค่อยแรงมากไปตกโคนเสาแต่เป็นเหลี่ยมในกระดอนเข้าประตูไปง่ายๆ เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมา มาร์กเซย พยายามทำเกมสู้แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของลาซิโอได้ แล้วก็ต้องมาเสียประตูที่สองอีกต่างหากในนาทีที่ 55 เมื่อ อิมโมบิเล่ ได้บอลแถวหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะไหลออกซ้ายให้ คอร์เรอา ซัดไปเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นทิ้งห่างเป็น 2-0

   หลังจากเสียประตูที่สอง มาร์กเซย ก็ไม่อยู่เฉยพยายามกดดันเจ้าถิ่นเพื่อหวังประตูตีไข่แตกให้ได้และไม่นานก็สมหวัง เมื่อในนาทีที่ 60 ทีมเยือนตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-1 จากจังหวะโต้กลับ ซานซอน จ่ายออกขวาให้ โธแว็ง ซัดเต็มข้อ บอลพุ่งเข้าเสาไกล สตราโคช่า หมดสิทธิ์เซฟทัน

   ถัดมาอีก 3 นาที ลาซิโอ เกือบจะได้ประตูที่ 3 เพิ่ม จากจังหวะที่ อิมโมบิเล่ ได้บอลแล้วหลุดเข้าไปยิงด้วยขวานอกกรอบเขตโทษ น่าเสียดายที่บอลพุ่งไปชนเสาเต็มๆ มาร์กเซยรอดตัวไปอีกครั้ง

   ช่วงท้ายเกม มาร์กเซย พยายามครองบอลแล้วบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้าน ลาซิโอ ก็พยายามตั้งรับเพื่อรักษาสกอร์ไว้ ซึ่งก็ทำได้ค่อนข้างดี ทำให้สุดท้ายจบเกม ลาซิโอ เป็นฝ่ายเอาชนะ มาร์กเซย ไป 2-1 ผ่านเข้ารอบไปพร้อมกับ แฟรงค์เฟิร์ต ที่เอาชนะ อพอลลอน มา 3-2

 

เมสซี่ แฮตทริก “ต่างดาว” เปิดบ้านถล่มพีเอสวี 4-0

เมสซี่ แฮตทริก “ต่างดาว” เปิดบ้านถล่มพีเอสวี 4-0

   เมสซี่ ซัดแฮตทริกพา บาร์เซโลน่า เปิดบ้านถล่มพีเอสวีไป 4-0 แม้ว่าในช่วงท้ายต่างดาวจะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นเพราะซามูเอล อุมติตี้ โดนเหลืองสองไล่ออกไป ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป บี ที่สนาม คัมป์ นู เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561

   ผลบอลสด บาร์ซ่า จัดเต็มทุกขุมกำลังแต่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยโดยให้ โรแบร์โต้ มายืนแบ็คขวา ส่วนในแดนกลางให้ คูตินโญ่กับบุสเกตส์ กลับมายืนเป็นตัวจริง และ ลิโอเนล เมสซี่เป็นหน้าเป้าเช่นเดิม

   ส่วนพีเอสวีใช้นักเตะชุดเดียวกันกับเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ถล่มเอดีโอ เดน ฮากในลีกมา 7-0 นำมาโดยเด ยอง, โลซาโน่และเบิร์กไวจ์น

เมสซี่ ร่วมกับ เด็มเบเล่ รัว 4 ประตู พา บาร์ซ่า ถล่ม พีเอสวี 4-0

   เริ่มเกม แม้ว่าด้วยตัวผู้เล่นแล้ว บาร์เซโลน่า ดูเหมือนว่าจะเหนือกว่า พีเอสวี อยู่พอสมควร แต่เกมในช่วงแรก พีเอสวีก็สู้กับ บาร์ซ่า ได้ค่อนข้างดี มีโอกาสได้บุกทำเกมอยู่หลายจังหวะ

   นาทีที่ 20 บาร์ซ่าได้ลุ้นจากจังหวะที่เมสซี่ได้บอลหน้าเขตโทษแล้วก่อนจะแทงไปให้ ซัวเรซ วิ่งฉีกมาซัดโล่งๆ แต่ยิงออกไปชนข้างตาข่าย

   นาที 32 บาเซโลน่าได้ประตูแรกจากลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษแถวๆหัวกะโหลกเกือบๆกลางประตูเมสซี่ปั่นบอลเข้าประตูไปอย่างสวย ซูท พุ่งไปไม่ทัน เป็นประตู บาร์ซ่านำ 1-0

   จากนั้นเกมเป็นของต่างดาวที่ทำได้เหนือกว่า มีโอกาสได้บุกอยู่หลายจังหวะและหาโอกาสจบสวยๆได้อยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ประตูที่สองเพิ่ม สุดท้ายจบครึ่งแรก บาร์เซโลน่ายังไม่ได้ประตูเพิ่ม นำพีเอสวีอยู่ 1-0

   ครึ่งหลังยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่สร้างโอกาสในการทำประตูได้มากกว่า นาที 58 เป็น คูตินโญ่ รับบอลมาจาก อัลบา ในเขตโทษ ก่อนจะหาจังหวะยิงไปเสาไกลแต่ ซูท ยังบินปัดออกหลังได้ทัน

   นาทีที่ 75 ในที่สุดประตูที่สองของบาร์ซ่าก็มาจนได้จาก เด็มเบเล่ ได้บอลแล้วพลิกสลัดตัวประกบก่อนจะลากบอลมาหน้าเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย บาร์ซ่านำ 2-0

   ถัดมาอีกเพียงแค่ 2 นาที ต่างดาวก็มาบวกประตูที่ 3 เพิ่มได้อีกจากเมสซี่คนดีคนเดิมเพิ่มเติมคือประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ บาร์ซ่านำ 3-0

   นาทีที่ 79 เจ้าถิ่นต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ อุมติตี้ ไปฟาวล์ใส่ โลซาโน่ โดนเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามทันที

   ท้ายเกมนาทีที่ 87 บาร์ซ่ามาได้เพิ่มเป็น 4-0 จากจังหวะที่ ซัวเรซ ดีดไปให้ เมสซี่ โฉบเข้าเขตโทษแล้วซัดผ่าน ซูท เข้าประตู จบเกม บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะ พีเอสวี ไป 4-0

 

3 นัด 9 แต้ม ลิเวอร์พูล ฟอร์มแจ่มเฉือนไบรท์ตัน 1-0 นำเดี่ยวจ่าฝูง

หงส์แดง 1-0 ไบรท์ตัน

   ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 3 ลิเวอร์พูลเปิดสนาม แอนฟิลด์ รับการมาเยือนจากไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ศึกนี้เล่นเอาแฟนหงส์แดงหายใจไม่ทั่วท้องซักเท่าไหร่เพราะทีมรักฟอร์มไม่ดุเหมือนนัดก่อนๆ แต่สุดท้ายก็ยังสามารถเฉือนเอาชนะไบรท์ตันไปได้ฉิวเฉียด 1-0 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้ลิเวอร์พูลลงสนามแข่ง 3 นัด เก็บมาได้ 9 คะแนนเต็มและยังไม่เสียประตูให้ใครนำเดี่ยวจ่าฝูง

หงส์แดงฟอร์มแชมป์จริงๆ ปีนี้

   ลิเวอร์พูลที่ก่อนหน้าชนะมา 2 เกมติดต้องการ 3 แต้มเพื่อขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ต้องมาลงสนามพบกับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่เพิ่งชนะแมนยูมาในเกมที่แล้ว

   เริ่มครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ได้โอกาสลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 5 ซาลาห์ไหลบอลให้มาเน่ที่วิ่งเติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษได้แปด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   นาทีที่ 9 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่าจังหวะนี้เกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อโรเบิร์ตสันครอสบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาแรกให้ฟิร์เมียโน่สอดมาโขกบอลลงพื้นแต่ไรอันที่ปัดทิ้งออกไปแบบเหลือเชื่อ

   จากนั้นนาทีที่ 15 หงส์มาได้ฟรีคิกที่ระยะหวังผล 18 หลาเยื้องไปทางช้าย อาร์โนลด์ปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงไปชนคานก่อนกระดอนข้ามคานออกไป หลังจากทำให้ลุ้นอยู่นานในที่สุดหงส์แดงก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 23 จากความประมาทของผู้เล่นไบรท์ตันที่ดันไปเล่นในแดนของตัวเองแล้วโดนมิลเนอร์อาศัยจังหวะเข้ามาบีบแย่งบอลได้แล้วส่งต่อให้มาเน่ต่อไปที่ฟิร์เมียโน่ถึงซาลาห์เอี้ยวตัวแปบอลเสียบโคนเสาเข้าไปแบบที่ไรอันหมดสิทธิ์เซฟ

   เกิดมานาทีที่ 31 เดอะค็อปเกือบจะได้เฮกันอีกรอบจากจังหวะที่ไวจ์นาลดุมเกี่ยวบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วพลิกยิงยัดเสาแรกแต่โดนนายทวารทีมเยือนปัดบอลออกไป

   นาทีที่ 34 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้บุกอย่างต่อเนื่องคราวนี้เป็นซาลาห์จ่ายบอลไปให้โรเบิร์ตสันแล้วให้ต่อไปที่มาเน่พยายามจะโขกบอลแต่ไรอันพุ่งรับไว้ทัน จบครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ทำได้ดีกว่าขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น แฟนๆเจ้าถิ่นก็เกือบช็อคเมื่อเมอร์รี่ย์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วเปิดยัดเข้ามาด้านในแต่โดนเตะทิ้งมาเข้าทาง น็อตคาร์ท ด้วยความรีบยิงเกินไปจึงทำให้บอลหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย

   หลังจากที่หวิดเกือบจะเสียประตูหงส์จึงพยายามเน้นการครองบอลแล้วค่อยหาจังหวะเข้าทำ นาทีที่ 61 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นจากพรีคิกระยะไกล โกเมซ ได้โหม่งบอลแต่ก็เบาเกินไป ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลพยายามต่อบอลส่วนไบรท์ตันก็พยายามไล่เอาบอล รวมทั้งคุมโซนเอาไว้ได้ดี

   ทำให้เจ้าถิ่นไม่กล้าผลีผลาม เกมช่วงนี้ค่อนข้างชอนอึดอัดพอสมควร สุดท้ายจบเกมลิเวอร์พูลก็สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้โดยการเอาชนะไบรท์ตันไป 1-0 เก็บ 3 คะแนนเต็ม นำเดี่ยวจ่าฝูงและยังไม่เสียประตูให้ใคร

เปแอสเช อัด อองเชร์ส 3-1 ทำสถิติชนะ 3 นัดรวด

เปแอสเช 3-1เปแอสเช ฟอร์มร้อนแรงชนะ 3 เกมรวด

   ศึกฟุตบอลลีกเอิง นัดที่ 3 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่า เปิดสนามปาร์ค เดอส์ แปร็งส์ รับการมาเยือนจากอ็องเชร์ส งานนี้สามหัวหอกของทีมเจ้าบ้านเรียงหน้ากันยิงครบทีมทั้งคาวานี  เอ็มบาปเป้ และ เนย์มาร์ ช่วยให้ PSG เอาชนะไปได้ 3-1 พร้อมทำสถิติชนะ 3 นัดรวด นำจ่าฝูง มี 9 แต้มเต็ม

   เริ่มเกมมาได้ไม่เท่าไหร่เจ้าถิ่นก็ถือคติมาเร็วเคลมเร็วทันทีจากการได้ประตูขึ้นนำเร็ว 1-0 ในนาทีที่ 12 เมื่อ อองเช่ร์ โดนตัดบอลจากจังหวะโต้กลับ บอลทะลุมาถึง เนย์มาร์ เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาไปเสาสองให้ คาวานี่ จิ้มบอลเข้าประตูไป จากนั้นถัดมาอีกเพียงแต่ 2 นาทีเท่านั้น เจ้าถิ่นที่กำลังได้ใจก็เกือบจะได้ประตูที่สองเพิ่มจากลูกโหม่งของ คาวานี่ ที่โขกพลาดไปโดนโคนเสาบอลกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย บอลเริ่มเปิดแลกกันสนุก

   แต่แล้วในนาทีที่ 21 อองเชร์ส กลับมาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่เคห์เรอร์ ไปเสียบใส่ อเดไลด์ ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น ม็องกานี่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนไล่ตามตีเสมอ 1-1

   หลังจากตีเสมอได้สำเร็จก็ดูเหมือนว่ากำลังใจของอองเชร์สจะมาเต็มเปี่ยมตั้งหน้าตั้งตาบุกกันอย่างเต็มที่และก็เกือบจะได้ประตูแซงนำในนาทีที่ 27 ม็องกานี่ พาบอลแหวกเข้ากลางก่อนจะส่งต่อให้กับ อเดไลด์ ยิงไปติด อเรโอล่า บอลกำลังจะกลิ้งเข้าตาข่ายแต่ อเรโอล่า ยังวิ่งตามไปเก็บบอลได้ทันก่อนจะกลิ้งเข้าประตู

   ถัดมาอีกแค่นาทีเดียวหลังจากอองเชร์สพลาดได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียนั้น เปแอสเช ก็ได้อาศัยจังหวะโต้กลับเร็วเกือบเป็นประตูเหมือนกันเมื่อ เอ็มบาปเป้รับบอลที่เปิดมาจากปากประตูตัวเองแล้วหลุดเดี่ยว โชคยังดีที่นายทวารของทีมเยือนออกมาบล็อคไว้ได้ทัน จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

   เริ่มเกมครึ่งหลังมาไม่เท่าไหร่ในนาทีที่ 51 เปแอสเชก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเมื่อมาร์ควินญอส ไหลบอลไปซ้ายให้ คิมเบมเป้ ปล่อยต่อให้ ดิ มาเรีย หยอดไปเสาสองให้ เอ็มบาปเป้ จัดการฮาล์ฟวอลเลย์

เข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 2-1 หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง เปแอสเช ก็จัดการบุกกระหน่ำแทบไม่ให้ทีมเยือนได้หายใจหายคอ

   นาทีที่ 62  มูนิเยร์ บุกขึ้นมาทางขวาก่อนไหลบอลไปให้ เอ็มบาปเป้ กระชากเข้าเขตโทษยิงเข้าข้างตาข่าย ถัดมาอีก 2 นาที เนย์มาร์ จ่ายทะลุช่องไปให้ เอ็มบาปเป้ หลุดเดี่ยวแต่นายทวารอองเชร์ยังเหนียวพุ่งออกมาคว้าบอลจากเท้าเอาไว้ได้

   แต่แล้วนาทีที่ 66 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็ได้ประตูย้ำชัยจนได้ จากจังหวะที่ เอ็มบาปเป้ หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะตาบย้อนหลังมาให้ ราบิโอต์ เบิ้ลคืน เอ็มบาปเป้ ใส่มานให้กับ เนย์มาร์ แปเสียบเสาสองเป็นประตู 3-1 ช่วงท้ายเกมเปแอสเชเล่นประคองเกมไว้ได้จนหมดเวลา จบเกม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดบ้านเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จโดยการเอาชนะอองเชร์สไป 3-1