พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ คริสตัล พาเลซ ที่สนาม แอนฟีลด์ ในวันที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 22.00 น. ดูบอลออนไลน์

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

21/08/2018 คริสตัล พาเลซ 0 – 2 ลิเวอร์พูล

31/03/2018 คริสตัล พาเลซ 1 – 2 ลิเวอร์พูล

19/08/2017 ลิเวอร์พูล 1 – 0 คริสตัล พาเลซ

19/07/2017 ลิเวอร์พูล 2 – 0 คริสตัล พาเลซ

23/04/2017 ลิเวอร์พูล 1 – 2 คริสตัล พาเลซ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ความพร้อมของ ลิเวอร์พูล และ คริสตัล พาเลซ

ลิเวอร์พูล

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล ไร้พ่ายในลีกที่แอนฟิลด์มา 31 นัด ซึ่งเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทีม หงส์แดง ได้เผยว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่มีอาการบาดเจ็บแล้วต้องพักยาวถึงหนึ่งเดือน อาจจะสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาร่วมทีมได้แล้วในนัดนี้ แต่ เดยัน ลอฟเรน กับ โจ โกเมซ ยังไม่สามารถลงสนามได้เช่นเดิม

   ในขณะที่ยังคงต้องรอลุ้นอาการของ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ที่มีอาการเจ็บบริเวณหัวเข่า ส่วน โฌแอล มาติป หายเจ็บกลับมามีชื่อตั้งแต่นัดก่อนแล้ว

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อาลีสซง เบ็คเกอร์, เจมส์ มิลเนอร์, โฌแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, เซอร์ดาน ชากิรี่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

คริสตัล พาเลซ

   ส่วนทางด้าน ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ หากพวกเขาสามารถเอาชนะได้ในนัดนี้จะเป็นการคว้าชัยนอกบ้าน 3 นัดติดต่อกัน

   ซึ่ง รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือของ พาเลซ มีปัญหาในเรื่องของตัวผู้เล่นพอสมควรในตำแหน่งผู้รักษาประตูเพราะทั้ง บิเซนเต้ ไกวต้า และ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ ต่างก็มีอาการบาดเจ็บทั้งสองคน ดังนั้นเกมนี้ จูเลียน สเปโรนี่ จึงน่าจะได้โอกาสลงสนาม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : จูเลียน สเปโรนี่, อารอน วาน บิสซาก้า, เจมส์ ทอมกิ้นส์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์, แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์, มักซ์ เมเยอร์, วิลฟรีด ซาฮา

วิเคราะห์เกม

   ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มการเล่นยังคงเสมอต้นเสมอปลาย เกมนี้ได้เล่นในบ้านของตัวเอง ด้วยขุมกำลังที่มีจึงคาดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องยากที่ หงส์แดง จะเก็บชัยชนะเหนือ คริสตัล พาเลซ ได้

   แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะมีปัญหาในแนวรับ แต่ก็มีขุมกำลังที่ทดแทนกันได้ จึงคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ดังนั้นเกมนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะเก็บ 3 แต้มในถิ่น แอนฟิลด์ ได้อย่างแน่นอน

 

3 นัด 9 แต้ม ลิเวอร์พูล ฟอร์มแจ่มเฉือนไบรท์ตัน 1-0 นำเดี่ยวจ่าฝูง

หงส์แดง 1-0 ไบรท์ตัน

   ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 3 ลิเวอร์พูลเปิดสนาม แอนฟิลด์ รับการมาเยือนจากไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ศึกนี้เล่นเอาแฟนหงส์แดงหายใจไม่ทั่วท้องซักเท่าไหร่เพราะทีมรักฟอร์มไม่ดุเหมือนนัดก่อนๆ แต่สุดท้ายก็ยังสามารถเฉือนเอาชนะไบรท์ตันไปได้ฉิวเฉียด 1-0 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้ลิเวอร์พูลลงสนามแข่ง 3 นัด เก็บมาได้ 9 คะแนนเต็มและยังไม่เสียประตูให้ใครนำเดี่ยวจ่าฝูง

หงส์แดงฟอร์มแชมป์จริงๆ ปีนี้

   ลิเวอร์พูลที่ก่อนหน้าชนะมา 2 เกมติดต้องการ 3 แต้มเพื่อขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ต้องมาลงสนามพบกับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่เพิ่งชนะแมนยูมาในเกมที่แล้ว

   เริ่มครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ได้โอกาสลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 5 ซาลาห์ไหลบอลให้มาเน่ที่วิ่งเติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษได้แปด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   นาทีที่ 9 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่าจังหวะนี้เกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อโรเบิร์ตสันครอสบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาแรกให้ฟิร์เมียโน่สอดมาโขกบอลลงพื้นแต่ไรอันที่ปัดทิ้งออกไปแบบเหลือเชื่อ

   จากนั้นนาทีที่ 15 หงส์มาได้ฟรีคิกที่ระยะหวังผล 18 หลาเยื้องไปทางช้าย อาร์โนลด์ปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงไปชนคานก่อนกระดอนข้ามคานออกไป หลังจากทำให้ลุ้นอยู่นานในที่สุดหงส์แดงก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 23 จากความประมาทของผู้เล่นไบรท์ตันที่ดันไปเล่นในแดนของตัวเองแล้วโดนมิลเนอร์อาศัยจังหวะเข้ามาบีบแย่งบอลได้แล้วส่งต่อให้มาเน่ต่อไปที่ฟิร์เมียโน่ถึงซาลาห์เอี้ยวตัวแปบอลเสียบโคนเสาเข้าไปแบบที่ไรอันหมดสิทธิ์เซฟ

   เกิดมานาทีที่ 31 เดอะค็อปเกือบจะได้เฮกันอีกรอบจากจังหวะที่ไวจ์นาลดุมเกี่ยวบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วพลิกยิงยัดเสาแรกแต่โดนนายทวารทีมเยือนปัดบอลออกไป

   นาทีที่ 34 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้บุกอย่างต่อเนื่องคราวนี้เป็นซาลาห์จ่ายบอลไปให้โรเบิร์ตสันแล้วให้ต่อไปที่มาเน่พยายามจะโขกบอลแต่ไรอันพุ่งรับไว้ทัน จบครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่ทำได้ดีกว่าขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น แฟนๆเจ้าถิ่นก็เกือบช็อคเมื่อเมอร์รี่ย์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วเปิดยัดเข้ามาด้านในแต่โดนเตะทิ้งมาเข้าทาง น็อตคาร์ท ด้วยความรีบยิงเกินไปจึงทำให้บอลหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย

   หลังจากที่หวิดเกือบจะเสียประตูหงส์จึงพยายามเน้นการครองบอลแล้วค่อยหาจังหวะเข้าทำ นาทีที่ 61 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นจากพรีคิกระยะไกล โกเมซ ได้โหม่งบอลแต่ก็เบาเกินไป ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลพยายามต่อบอลส่วนไบรท์ตันก็พยายามไล่เอาบอล รวมทั้งคุมโซนเอาไว้ได้ดี

   ทำให้เจ้าถิ่นไม่กล้าผลีผลาม เกมช่วงนี้ค่อนข้างชอนอึดอัดพอสมควร สุดท้ายจบเกมลิเวอร์พูลก็สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้โดยการเอาชนะไบรท์ตันไป 1-0 เก็บ 3 คะแนนเต็ม นำเดี่ยวจ่าฝูงและยังไม่เสียประตูให้ใคร